ณ ตอนนี้คงไม่มีปัญหาใดจะมาเทียบได้กับคนไทยในหลายจังหวัดและที่สำคัญกรุงเทพฯ เมืองหลวงของเราที่กำลังเจอกับภาวะน้ำท่วมหนักได้อีกแล้วค่ะ  ผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมที่พวกเราจะได้รับในอนาคตอันใกล้นี้มากมายจนไม่จะอยากคิดให้เครียด ทั้งเรื่องปากท้อง และราคาสินค้าคงจะสูงขึ้นอย่างแน่นอนเพราะสินค้าบางอย่างต้องเริ่มนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านแล้ว  เราเองเมื่อไม่นานมานี้ก็พึ่งประสบกับน้ำท่วมบ้านแบบไม่ทันได้ป้องกันเลยค่ะ ทรัพย์สินบางอย่างขนไม่ทันต้องปล่อยให้เสียหายไปกับน้ำ อาศัยว่าสติยังดีถ่ายรูปเก็บภาพไว้ซึ่งเราก็พึ่งจะได้รับค่าชดเชยทรัพย์สินเสียหายจำนวนห้าพันบาทจากรูปภาพเหล่านั้นไม่กี่วันนี้เองค่ะ  ถามว่าคุ้มไหมกับของที่เราเสียไปก็ตอบว่าไม่คุ้มแน่นอนค่ะ ยังไงซะเราก็ขอเป็นกำลังใจและเตรียมพร้อมรับ มีสติกันมาก ๆ และพึ่งพาตัวเองดีที่สุดค่ะ

ณ มุมหนึ่งของ (หลุม) รัก เป็นหนังสือแนวพาราฯ เล่มที่ห้าของชุด Night Huntress ซึ่งเดิมทีเจนีนตั้งใจเขียนแค่สี่เล่มแต่ปรากฏว่าขายดีมากเธอจึงเขียนต่ออีกเป็นเก้าเล่มค่ะ  สำหรับเล่ม 1-4 เราขอเล่มย่อ ๆ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ชุดนี้นะคะ

รายละเอียดที่พอจะเล่าได้คร่าว ๆ สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านหรือยังลังเลที่จะซื้อชุดนี้มาอ่านเริ่มจาก เล่มหนึ่ง ครึ่งทางสู่(หลุม)รัก  แคท ครอว์ฟิลด์ นางเอกของเรื่องนี้ เป็นลูกนอกสมรสมีพ่อเป็นแวมไพร์ซึ่งข่มขืนแม่ของเธอจนเธอกลายเป็นลูกครึ่งแวมไพร์กับมนุษย์ความแค้นที่มีต่อพ่อของเธอ ทำให้แคท ออกล่าแวมไพร์ และฆ่าในตลอดหกปีที่ผ่านมา โดยหวังว่าหนึ่งในพวกผีดูดเลือดเหล่านี้คือพ่อของเธอ จนกระทั่งได้พบกับโบนส์ เมื่อแคทเปิดเผยความลับของเธอให้เขารู้ โบนส์ บีบบังคับให้แคทเข้าร่วมทำงานกับเขาเพื่อแลกเปลี่ยนกับช่วยเธอ ตามหา เขาสอนให้แคทรู้ถึงวิธีการต่อสู้ทุกชนิดท้ายเล่มนี้แคทตัดใจเดินจากโบนส์ไปเพราะฉะนั้นควรมีเล่มสองไว้ในมือแล้วถ้าคุณคิดจะอ่านชุดนี้ เล่มสอง ก้าวย่างลง(หลุม)รัก เวลาผ่านไปสี่ปีกว่าแคทและโบนส์จะได้เจอกันซึ่งโบนส์ขอให้เธอไว้ใจเขาป็นเล่มที่หวานมากและเราชอบเล่มนี้ที่สุดในบรรดาสี่เล่ม ค่ะ  นอกเหนือจากนั้นแคทถูกตามฆ่าโดยมือสังหารที่ได้รับคำสั่งเป็นพิเศษ เล่มสาม ปลายทางที่(หลุม)รัก ความลับของแคทเริ่มเป็นที่เปิดเผยในขณะเดียวกันโบนส์ก็แยกตัวออกมาเป็นผู้ปกครองแวมไพร์ในสายของเขาเอง เล่มสี่ ลิขิตสู่(หลุม)รักนิรันดร  ความรักของแคทและโบนส์มีให้ต้องบทสอบในเล่มนี้เยอะมาก เมื่อมีแวมไพร์ที่แกร่งมาก ๆ ต้องการแย่งแคทไปจากโบนส์ให้ได้และเกือบทำสำเร็จเสียด้วย

 

ณ มุมหนึ่งของ(หลุม)รัก : This Side of the Grave

 

ณ มุมหนึ่งของ (หลุม) รัก-This Side of the Grave///Jeaniene Frost

สนพ. นกฮูก  ผู้แปล. อรอิสรีย์

 

แคทและโบนส์เดินทางกลับมาบ้านเกิดของแคทเมื่อมีแวมไพร์ไร้สังกัดขอนัดพบเพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อจู่ ๆ ก็มีแวมไพร์หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทุกครั้งที่มีผีปอบปรากฏตัว หรือบางครั้งก็ถูกทำลายร่างทิ้งประจานเหมือนประกาศท้าทายแคท

แคทยังคงได้รับผลกระทบจากการแปลงสภาพเป็นแวมไพร์ เธอยังปรับสภาพร่างกายได้ไม่ดีนัก ขณะเริ่มขุดคุ้ยถึงสาเหตุที่พวกผีปอบลุกขึ้นมาประกาศต่อกรกับแวมไพร์และแน่นอนว่าจะส่งผลต่อชีวิตมนุษย์เพราะนิสัยของปอบโดยธรรมชาติต้องกินเนื้อมนุษย์อย่างน้อยปีหนึ่งครั้งสองครั้ง ซึ่งหมายความว่าอาจมีปอบมาเฟียใช้จุดอ่อนนี้หารายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง

อพอลลีออน ผู้นำพวกปอบเริ่มปลุกระดมป่วนเผ่าพัน์แวมไพร์ โดยเริ่มจากการโจมตีแวมไพร์ที่อ่อนแอไม่มีสังกัดก่อน เขารวบรวมพลเพื่อหวังจะทำสงครามเต็มรูปแบบกับแวมไพร์อาศัยชนวนเหตุการณ์เป็นลูกครึ่งแวมไพร์ของแคท (อพอลลีออนยังไม่รู้ว่าแคทแปลงสภาพแล้ว) ย้อนรอยเดิมของประวัติสาสตร์เมื่อหกร้อยปีก่อนซึ่งก็มีสงครามแบบเดียวกันเคยเกิดขึ้นมาแล้วซึ่งสามารถทำลายแวมไพร์ลูกผสมคตนนั้นได้สำเร็จด้วย

เรื่องนี้เจนีนยังคงสไตล์เดิมค่ะ ไม่ทิ้งตัวละครเก่า ๆ ซึ่งมีบทบาทกันมาตั้งแต่เล่มต้น ๆ ดังนั้นเมื่อเราอ่านเจอว่าแมนเชเรส มาสเตอร์แวมไพร์ผู้ปกครองร่วมสายเดียวกับโบนส์และสเปดเพื่อนรักของโบนส์แต่งงานแล้วจึงตกใจมาก (จริง ๆ ก็พอรู้มาก่อนนะคะแต่ก็อดช็อคไม่ได้อยู่ดี)  เป็นอันว่าเล่มนี้สปอย์ล เล่มของแมนเชเรสและสเปดไปโดยปริยายนะคะเพราะสนพ.นกฮูกไม่ได้แปลค่ะ

ขาดไม่ได้ที่ต้องออกอาการกรี๊ดหนุ่มโบนส์ทุกครั้งค่ะ เรื่องนี้มีช่วงเวลาที่แคทและโบนส์ต้องแยกกันไปทำภารกิจและเมื่อโบนส์ไม่สามารถติดต่อแคทได้เขาถึงกับจับเครื่องบินข้ามโลกมาหาแคทเพียงเพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่าเธออยู่สุขสบายดี และเขาก็เดินทางกลับ ถ้าย้อนกลับไปอ่านบลอกเก่า ๆ ของเราคงเห็นนะคะว่าเราประทับใจโบนส์มากแค่ไหน เล่มนี้เขาก็ยังได้ใจเราเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นคำพูดสารภาพรักตรง ๆ ของโบนส์ยังซึ้งใจไม่เปลี่ยนแปลง โบนส์ไม่เคยลังเลว่าคำพูดของเขาอาจเป็นจุดอ่อนเปิดเปลือยความอ่อนแอของเขาเองถ้ามันเกี่ยวกับแคท

โดยรวมแล้วใครที่เคยรำคาญแคทว่าเหมือนผู้หญิงไม่รู้จักโต เล่มนี้เราคิดว่าทั้งแคทและโบนส์เลยจุดของความขัดแย้ง ไม่เข้าใจหรือเชื่อใจกันไปแล้วค่ะ ทั้งคู่ต่างประนีประนอมกันรับฟังเหตุผลของกันและกันมากขึ้นโดยเฉพาะแคท เธอเติมโตเป็นผู้ใหญ่อย่างชัดเจนค่ะ

 

 

คะแนนความพอใจ  7

Comment

Comment:

Tweet