Historical-D

ใต้เงาบาป - Wicked Intentions/Elizabeth Hoyt

posted on 18 Nov 2012 19:15 by rapture in Historical-D directory Fiction
หนังสือชุดใหม่อย่างเป็นทางการของเอลิซาเบธ ฮอยต์ค่ะ   Maiden Lane หรือชื่อชุดภาษาไทยว่า ทางสายปรารถนา ซึ่งทางสนพ.แก้วกานต์วางขายพร้อมกันสองเล่ม จุดซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ EH หลายคนคงทราบว่าก่อนเริ่มต้นของแต่ละบทจะมีนิทานกึ่งสอนใจสั้น ๆ บางคนอาจไม่อ่าน บางคนอาจจะอ่านและชอบมากกว่าเรื่องยาวในเล่มเดียวกันด้วยซ้ำ
 
 
 
รูปภาพ
 
 
ใต้เงาบาป - Wicked Intentions/Elizabeth Hoyt
สนพ.แก้วกานต์  ผู้แปล กัญชลิกา
 
เมนหลักของเล่มนี้เริ่มต้นที่นางเอกซึ่งสานต่องานของพ่อ ใช้บ้านของตัวเองเป็นบ้านพักพิงสำหรับเด็กทารกและเด็กที่ถูกทอดทิ้งซึ่งตั้งอยู่ในย่านเสื่อมโทรมและอันตรายเธอเป็นม่ายสามีตาย มีเด็กให้ต้องดูแลเกือบสามสิบคนเป็นภาระที่หนักอึ้งและมีค่าใช้จ่ายสูง อีกทั้งเมื่อผู้อุปการะรายใหญ่ตายโดยไม่ได้ระบุให้ผู้รับมรดกสืบทอดเจตนารมณ์จ่ายเงินให้กับบ้านพักพิง เทมเพอแรนซ์ ดิวส์ก็มาถึงทางตัน ดังนั้นเมื่อลาซารัส ฮันทิงตัน ลอร์ดแคร์ ผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่คาวโลกีย์มาเยือนเธอให้คืนหนึ่งยื่นข้อเสนอให้เธอช่วยเขานำทางตามหาตัวฆาตกรในย่านนี้ แลกกับการที่เขาจะนำเธอเข้าวงสังคมเพื่อหาผู้อุปการะบ้านพักพิงคนใหม่ เทมเพอแรนซ์ไม่ลังเลที่จะคว้าฟางเส้นสุดท้ายนี้
ลอร์ดแคร์นั้น เป็นขุนนางระดับสูงและเขาก็มีประวัติชื่อเสียงไม่งามนักเรื่องความวิปริตทางเพศกับคู่นอน เทมเพอแรนซ์ได้ยินข่าวลือนี้เหมือนกันแต่นอกจากจะไม่ทำให้เธอหวั่นวิตกเธอกับรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกถึงความท้ายทายที่อยากจะพิสูจน์ความจริงของข่าวลือนั้นด้วยตัวเอง  มันเป็นความรู้สึกผิดบาปที่เธอพยายามเก็บกักไว้แต่ทุกครั้งที่ได้ตระเวณไปตามตรอกซอกซอยนำทางลอร์ดแคร์สืบหาตัวฆาตกร มันยิ่งยากสำหรับเทมเพอแรนซ์ที่จะหยุดยั้งความรู้สึกของตัวเอง ยิ่งบางคืนในสถานการณ์ล่อแหลมและเป็นใจที่ทั้งเธอและลอร์ดแคร์ต้องไปเยือนตามซ่อง ยิ่งกระตุ้นให้เขาล่อลวงเธอได้ง่ายดายนัก ขึ้นชื่อว่าลอร์ดแคร์แล้วเขาย่อมไม่พลาดที่จะฉกฉวยโอกาส ละลายน้ำแข็งของแม่ม่ายยังสาว ที่พยายามปกปิดความโหยหาของตัวเองไม่ให้เขารู้
เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เป็นไปตามตามรู้สึกของคู่นี้มากกว่าประเด็นหลัก พระเอกก็เหมือนลูกขุนนางส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ ผู้ชายที่ต่อต้านการแต่งงานและรักใครไม่เป็นเพราะเขาไม่เคยถูกรัก แต่เมื่อถึงวัยอันควรแก่การต้องแต่งงานเขาก็ถูกแม่บังคับให้รีบหาเจ้าสาวและเป็นเหตุให้ต้องมีปากเสียงกัน ส่วนนางเอกนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากที่เราเคยอ่านเช่นกัน แม้ไม่ใช่เลดี้จากสังคมชั้นสูงแต่เธอก็ไม่ใช่หญิงสาวชั้นต่ำ กล้าหาญแต่ไม่มั่นคงทางอารมณ์เพราะเธอกระหายใคร่ได้รับสัมผัสทางกาย ซึ่งเธอคิดว่าผิดแปลกและเป็นบาป เราจึงเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เก็บกดอารมณ์ทางเพศ ยอมรับว่าอ่านไปก็คล้อยตามความรู้สึกโรแมนติกของทั้งคู่ดีค่ะ รู้สึกถึงความแท้จริงที่พวกเขาหิวกระหายกันและกันมาเสียตรงประเด็นที่ลอร์ดแคร์ ผู้ชายที่รักใครไม่เป็น ผู้ไม่แคร์ความรู้สึกใครนี่แหล่ะว่าเหตุใดเขาจึงลดตัวลงมาควานหาตัวฆาตกรที่ฆ่าเมียเก็บของตัวเอง ลงแรงอยู่หลายเดือน แรงจูงใจอยู่ตรงไหน อ่านไปสงสัยไป
ยิ่งท้ายเล่ม เปิดโฉมหน้าตัวฆาตกร ยิ่งงงเพราะแรงจูงใจและเหตุผลของฆาตกรเองไม่เข้าท่าเอาซะเลย

วันนี้เขียนจากความทรงจำนะคะ ปกติแล้วจะ note ไว้เสมอแต่เรื่องนี้อ่านไปอ่านมาไม่มีประเด็นให้เขียนเลย
 
คะแนนความพอใจ 5+


 
 
อารมณ์อยากอ่านแนวอีโรติกโรมานซ์ต่อเนื่องเลยเลือกหยิบเรื่องนี้ดูจากปกหลังแล้วพลอตเข้าท่านางเอกเป็นสาวแก่แต่รวย พระเอกเป็นชาวไอริช (ความชอบส่วนตัวนะคะขอบอก) ซึ่งกำลังถูกตัดสินประหารชีวิต ถ้าเป็นแนวปัจจุบันความน่าสนใจอาจจะไม่มากนักแต่นี่คือหนังสือแนวย้อนยุคที่พระนางแตกต่างกันสุดขั้วบังเอิญได้มาพบกัน อดใจไม่ได้ค่ะ ทดลองควักเงินลองนักเขียนใหม่ด้วย
 
 
 
 
 
แมดเดลีนสาวหารัก - The Education of Madeline///Beth Williamson  
ผู้แปล  อาจิตรพรรณ  สำนักพิมพ์  คริสตัล   
     


 
 ปี 1872 ยุคสมัยที่การขโมยม้ามีบทลงโทษสถานเดียวคือการถูกแขวนคอทันที่ที่รู้ข่าวว่ามีหนุ่มแปลกหน้าชาวไอริชกำลังถูกแขวนคอ แมดเดลีน บรูว์สเตอร์ ก็พบว่าเธอได้คนที่จะทำให้แผนการของเธอสมบูรณ์แบบแล้ว
ทีก โอนีล รอดพ้นจากความตายมาแบบฉิวเฉียด ด้วยไหวหพริบของแมดเดลีน ระหว่างนี้เขาต้องอยู่ภายใต้ปีกของเธอเป็นเวลาหนึ่งเดือนจนกว่าทางการจะไต่สวนและหาหลักฐานเพิ่มมายืนยันความผิดของเขาอีกครั้ง ช่วงรอเวลาพิพากษาทีกต้องซ่อมแซมบ้านให้แมดเดลีนเป็นการแลกเปลี่ยนแต่จุดประสงค์จริง ๆ ของเธอที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาคือการยื่นข้อเสนอขอให้ทีก สอนเรื่องเพศสัมพันธ์ของชายหญิงทั้งหมดที่เขารู้ในทางปฏิบัติ
แมดเดลีน ในวัยสามสิบสองไม่ได้มีดีแค่รูปร่างหน้าตาและเงินทองมากมายมหาศาลแต่เธอยังเป็นผู้หญิงที่เฉลียวฉลาด อยากรู้อยากเห็น เธอรู้มาแล้วเกือบทุกเรื่องที่อยากรู้ยกเว้นเรื่องเซ็กส์ ซึ่งในเมืองเล็ก ๆ อย่าง   พลัมครีกแมดเดลีนไม่สามารถหาผู้ชายที่เหมาะสมตรงตามลักษณะที่เธอต้องการได้ง่ายนัก ทีกเป็นชายเร่ร่อนพเนจรทำงานแลกเงินค่าแรงไปวัน ๆ การได้รับความช่วยเหลือของเธอนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดีขึ้นอย่างใหญ่หลวงแม้ข้อเสนอของแมดเดลีนจะพิลึกแต่มันก็เย้ายวนใจให้เขาอยากตอบตกลงแทบจะทันที 
   
 
การสอนบทเรียนเรื่องกายวิภาคระหว่างทีกและแมดเดลีนดำเนินต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งเล่มค่ะ สลับกับพฤติกรรมของแมดเดลีนเริ่มเป็นที่โจษจันในเมือง ส่วนหนึ่งเพราะเธอเป็นเจ้าของที่ดินทรัพย์สินรวมไปถึงธุรกิจการเงินต่าง ๆ เกือบครึ่งในพลัมครีก ทำให้นายอำเภอต้องการป้ายสีเพื่อหวังทำลายชื่อเสียงของเธอให้เสื่อมเสียจนถูกชาวเมืองขับไล่แล้วก็จะได้ฮุบสมบติของเธอมาครองแทน
จุดอ่อนของเรื่องอยู่ตรงนี้แหล่ะ ผู้ร้ายซึ่งเป็นคนของทางการเองใช้อำนาจในมือเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว อันตรายและน่ากลัวนะโดยเฉพาะเหยื่อเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว แต่น่าเสียดายที่ผู้ร้ายคนนี้โง่และเหี้ยมไม่มากพอที่จะทำให้เรารู้สึกเกร็งลุ้นเอาใจช่วยนางเอก อ่านแล้วอารมณ์เสีย ทั้งที่ทีกไม่ได้โดดเด่นเลยในการช่วยเหลือให้เธอรอดเงื้อมมือชั่วของผู้ร้าย แมดเดลีนลุยเดี่ยวล้วน ๆ ยกเว้นเรื่องเซ็กส์เราว่าทีกเป็นพระเอกที่ไร้ประโยชน์มากที่สุด
 
 
คะแนนความพอใจ 5
 

สวัสดีค่ะ หายต๋อมไปเกือบสิบวันแต่รู้สึกนานเป็นปี ช่วงนี้ชีวิตประจำวันค่อนข้างยุ่งเหยิง ประกอบกับหยิบหนังสือเล่มไหนมาอ่านก็ไม่สนุก แต่ก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ วันนี้ได้คิวรีวิวหนังสือของแอนนา แคมป์เบลล์ ซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยเขียนถึงหนังสือเรื่อง ตามรักนางบำเรอยอดดวงใจ  ผลตอบรับที่ตามมาดึงเรทติ้งพุ่งกระฉูดไปเลย เรื่องนี้เป็นเล่มเดี่ยวอีกเล่มที่มีขนาดค่อนข้างหนาทีเดียวค่ะ

 

 

พิศวาสรักนิรันดร์ : Untouched. /// Anna Campbell

 ผู้แปล : ราตรียา  สำนักพิมพ์ คริสตัล พับลิชชิ่ง

เกรซ  แพเจ็ต แม่ม่ายสามีตายความยากจนบังคับให้เธอต้องเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากญาติคนหนึ่งระหว่างการเดินทางนั้นเองที่เกรซถูกอันธพาลลักพาตัวเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นโสเภณีที่กำลังหาแขก  เกรซถูกนำตัวมาให้ แมทธิว แลนส์ดาวน์มาร์ควิสแห่งซีน ทั้งคู่ถูกจับขังไว้ด้วยกันที่กระท่อมห่างไกลแห่งนึ่งในชนบทด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันแต่บทสรุปจบเดียวกัน

ลอร์ดซีน เป็นทายาทผู้มั่งคั่งและทรงอำนาจมากที่สุดตระกูลหนึ่งของชั้นขุนนางอังกฤษ ครั้งหนึ่งในวัยเด็กเขาป่วยหนักจนชักและเกิดอาการคลั่งจนลอร์ดจอห์นอา จอมละโมบของเขาผุดแผนการร้ายกาจ ใช้อิทธิพลบีบบังคับให้หมอวินิจฉัยว่าลอร์ดซีนเป็นบ้า เพื่อลอร์ดจอห์นจะได้หาเหตุจับหลานขังไว้และแต่งตั้งตัวเองเป็นผู้จัดการมรดกมหาศาล ตลอดสิบเอ็ดปีลอร์ดซีนได้รับการดูแลอย่างดี ยกเว้นสองสามครั้งที่เขาเคยฮึดหลบหนีแต่ก็ถูกตามจับกลับมาได้ตามมาด้วยบทลงโทษโหด ๆ ของสมุนเลวทรามของลอร์ดจอห์น อย่างไรก็ตามความโลภของอาเขาก็มีมากเกินกว่าจะยอมให้ลอร์ดซีนมีอันเป็นไป เพราะหากเขาตายลอร์ดจอห์นจะหลุดพ้นจากการเสวยสุขบนกองมรดกทันที ทรัพย์สินทุกอย่างจะตกเป็นของทายาทคนอื่น ดังนั้นหนึ่งในการมอบความสุข  “ดูแลเลี้ยงดูอย่างดี” ของลอร์ดจอห์นคือการสั่งสมุนให้หาโสเภณีมามอบความเพลิดเพลินให้กับหลานชายวัยยี่สิบห้า

เก้าปีของชีวิตแต่งงานที่ปราศจากความสุขสอนบทเรียนให้เกรซอยู่ห่าง ๆ ผู้ชายหลังจากตกพุ่มม่ายแต่สถานการณ์บังคับให้เธอทำในสิ่งที่ไม่เคยมาก่อน ล่อลวง ยั่วยวนให้ลอร์ดซีนขึ้นเตียงด้วยให้ได้มอบความสุขเชิงโลกีย์ให้เขา หาไม่แล้วเกรซจะถูกฆ่า การปฏิเสธว่าเธอเป็นสุภาพสตรีไม่ใช่โสเภณีดูจะไร้ความหมายทั้งกับลอร์ดจอห์นและสมุน แม้กระทั่งลอร์ดซีนเองก็ไม่เชื่อ เขายังสงสัยและแคลงใจกล่าวหาเธอในทางเลวร้ายต่าง ๆ นานา แต่ภายใต้ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่ต้องยั่วยวนชายหนุ่มที่ก่อกำแพงขวางกั้นเกรซก็จำต้องปกปิดความจริงที่ยากจะยอมรับว่าลอร์ดซีนเป็นชายหนุ่มที่น่าหลงใหลและดึงดูดใจเป็นที่สุด

ใช่ว่าเกรซต้องทนแรงกดดันหาทางเกลี้ยกล่อมลอร์ดซีนหลับนอนด้วยให้ได้ เขาเองก็พยายามข่มกลั้นราคะที่อยากจะครอบครองเกรซให้รู้แล้วรู้รอดเช่นกัน การต่อต้านเธอเริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกวันเวลาที่ผ่านพ้น แต่เหตุผลเดียวที่ลอร์ดซีนต่อต้านเธอก็คือว่าเขาอยากให้เกรซต้องการเขาจริง ๆ ไม่ใช่เพราะถูกสั่งให้ทำ ค่อนเล่มเราจึงพบว่าเรื่องนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศอารมณ์เย้ายวน ยั่วยุและหักห้ามราคะของทั้งสองคน เราพูดในเฟสแล้วนะคะเกี่ยวกับพระเอก ผลพวงความเจ็บป่วยในวัยรุ่นขโมยช่วงชีวิตวัยหนุ่มของเขาไปจนหมดสิ้น ลอร์ดซีนจึงยังคงครองความพรหมจรรย์ไว้อยู่ แต่ลวดลายเขาไม่เลวนักค่ะถึงแม้จะต้องรับมือกับแม่ม่ายไร้ประสบการณ์อย่างเกรซ

สรุปโดยรวมแล้วเราไม่ชอบพระเอกแบบลอร์ดซีนนอกจากหน้าตาที่ดูดีแล้วเขาก็ไม่มีเสน่ห์อะไรหลงเหลือให้เราคิดถึงอีกอ่านจบแล้วก็คือจบ เหตุผลเพราะเราไม่ชอบที่ลอร์ดซีนก้มหน้ายอมรับความอยุติธรรมที่อาจอมงกหยิบยื่นให้ทั้งที่ตลอดทั้งเล่มเราก็เห็นว่าเขามีศักยภาพที่จะต่อสู้เอาชนะได้ น่าเสียดายที่เขาเลือกยอมแพ้อย่างสิ้นหวังไม่คิดลุกขึ้นสู้ น่าเสียดายที่เขาคิดว่าความพ่ายแพ้ในอดีตจะยังคงทำให้เขาเอาชนะไม่ได้ โดยไม่คิดลองอีก ช่างเป็นผู้ชายที่อ่อนแอขัดกับที่คนแต่งปั้นแต่งเอาไว้จริง ๆ สำหรับเกรซเราเกือบชอบเธอ นอกจากการหาเรื่องใส่ตัวสองสามครั้งจนตกอยู่ในอันตรายแล้ว เกรซคิดตรงกับเราเรื่องหนึ่งที่ยอมให้ลอร์ดซีนได้มีเวลาคิดหนึ่งปีว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ระหว่างที่ร่วมชะตากรรมเดียวกันในระยะสั้น ๆ นั้นใช่ความรักหรือความหลงมัวเมาในรสพิศวาสกันแน่

เรื่องนี้มันน่าจะดีได้กว่านี้อีกค่ะ ยิ่งในช่วงท้ายเล่ม เราหวังให้มันดีกว่าดีได้อีก คะแนนความพอใจ 5+

 

อาการอยากลองของใหม่เลยทำให้ตัดสินลงทุนควักกระเป๋าซื้อเรื่องนี้มาอ่าน ทั้งที่ปกหลังก็ใช้วิธีเฉือนเนื้อหาจากในเล่มมาแปะซึ่งก็ไม่ได้บอกอะไรให้รู้มากมายนัก แล้วก็เจอดีเข้าจนได้ค่ะ จนวางทิ้งไว้หลายเดือน ขอไปตั้งหลักใหม่มาถึงวันนี้ สูดหายใจลึก ๆ ก่อนหยิบมาอ่านอีกรอบบอกตัวเองว่าเป็นไงเป็นกัน

 

ตามรักนางบำเรอยอดดวงใจ : Claming The Courtesan
 

ตามรักนางบำเรอยอดดวงใจ - Claming The Courtesan/// Anna Campbell

แปล นลินญา  คริสตัล พับลิชชิ่ง พิมพ์ปี 2554

 

                โซรายา นางบำเรอของดยุคแห่งไคลมอร์กำลังวางแผนหนีจากดยุคไปโดยไม่คิดบอกลา หลังจากครบสัญญาที่เธอตกลงเป็นคู่นอนของเขาครบหนึ่งปี ซึ่งมันควรไม่มีความหมายสำหรับดยุคผู้เย็นชาอยู่แล้วแต่ทว่าดยุคเกิดถูกแม่ยื่นคำขาดให้แต่งงานกับคู่หมายที่เลือกไว้ให้ไคล์มอร์ซึ่งไม่พร้อมที่จะผูกมัดตัวเองกับผู้หญิงคนไหนและยิ่งเป็นผู้หญิงที่แม่ซึ่งเขาเกลียดชัง เลือกยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้เขาจึงแก้แค้นกลับโดยการคิดจะให้โซรายาเป็นดัชเชสผู้ฉาวโฉ่ของเขาแทน

                โซรายาไม่รู้ว่าการหนีของเธอยิ่งเติมเชื้อไฟความโกรธแค้นที่ทำให้เขารู้สึกถูกหยามเกียรติ สามเดือนต่อมาไคล์มอร์ไล่ล่าตามหาเธอจนพบเพื่อหวังจะสั่งสอนให้โซรายารู้สึกสำนึก แต่โซรายานางบำเรอที่หลับนอนกับเขาตลอดหนึ่งปีเต็มคนนี้กลับไม่เหมือนคนเก่าที่โอนอ่อนว่าง่ายที่เขาใช้ระบายความใคร่ เบื้องหลังหน้ากากนางบำเรอมืออาชีพคนนี้ก็คือเวริตี้ แอชตัน หญิงสาวหัวดื้อและเข้มแข็งที่หาญกล้าเผชิญหน้ากับบทลงโทษที่บังอาจทำให้ดยุคเสียหน้าได้อย่างภาคภูมิ

                ไคล์มอร์รู้สึกสับสนกับผู้หญิงสองคนในร่างเดียวโซรายากลายเป็นหญิงสาวลึกลับที่เขาไม่เคยรู้จัก  ทั้งแข็งขืนดึงดันต่อต้านที่จะกลับไปเป็นคู่นอนเขาอีก เธอต้องการอิสรภาพเพื่อจะใช้ชีวิตของตัวเองเสียทีหลังจากต้องเป็นนางบำเรอตั้งแต่อายุสิบห้า เพื่อหาคนคุ้มครองเลี้ยงดูน้อง ๆ ให้มีที่อยู่ที่กิน

                พลอตเรื่องนี้น้ำเน่ามาก บังเอิญว่าเวริตี้เกิดจะอยากเลิกอาชีพตอนเป็นคู่นอนให้ไคล์มอร์พอดี หนึ่งปีไม่ได้ทำให้เธอเรียนรู้หรอกเหรอว่าเขาทนถูกใครท้าทายไม่ได้ แต่ภายใต้ดยุคอารมณ์ร้อนเอาแต่ใจนี่เองที่เธอบังเอิญได้พบว่าเขามีปีศาจร้ายในอดีตตามหลอกหลอนทุกค่ำคืน ไคล์มอร์มีความเจ็บปวดที่ฝังลึกมาแต่วัยเด็กเพราะพ่อชั่วร้ายของเขาเคยทารุณทุบตีและแม่ที่ไม่เคยช่วยอยู่ปกป้องเขาเลยดังนั้นธรรมชาติที่ชอบปกป้องทำให้เวริตี้ลดทอนความโกรธเคืองที่ไคล์มอร์กักขังเธอ  ความเคียดแค้นชิงชังที่เธอแสดงออกต่อไคล์มอร์ตลอดครึ่งเล่มจึงสูญเปล่าแค่ได้รู้ว่าเขาเคยรับมืออะไรมา

                ตามสูตรค่ะเมื่อเริ่มจะเข้าใจกัน ปัญหาความแตกต่างระหว่างชนชั้น เหตุผลของความเสื่อมเสียชื่อเสียงก็เข้ามาขวางกั้น ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกเหมือนละครไทยเข้าไปทุกที โดยรวมแล้วเรื่องนี้แทบจะไม่มีตัวละครอื่นมาแทรกเลยเกือบทั้งเล่มจะโฟกัสไปที่คู่เอก ถือว่าเป็นการลองของใหม่ที่น่าผิดหวัง ข่าวดีคือว่า สำนวนแปลของคุณนลินญา ถือว่าสอบผ่านค่ะ ที่เหลือไม่ว่าจะเป็นพลอต ตัวละครหลักสอบตกสำหรับเรา

 

คะแนนความพอใจ 4

               

ถ้าถามว่าหนังสือนิยายแปลเรื่องไหนของเวอร์จิเนีย เฮ็นลีย์หายากที่สุด เราคิดว่าหลายคนคงเห็นด้วยนะคะว่าเรื่องเจ้าสาวในความมืด หายากที่สุด หายากถึงขนาดที่ว่าร้านหนังสือเจ้าไหนได้มาครอบครองต้องเปิดประมูลขายกันทางอินเตอร์ทีเดียวข่าวว่าเล่มหนึ่งก็เป็นหลักพันขึ้นไป ส่วนตัวเราเคยบ้าตามหาอยู่พักหนึ่งค่ะในที่สุดก็เลิกปลงว่าถ้าจะเป็นของเรามันก็คงมีให้อ่านเอง จนในที่สุดผ่านมา 2-3 ปี วันหนึ่งก็ได้รับกล่องพัสดุกล่องหนึ่งซึ่งข้างในกล่องเป็นหนังสือเรื่องนี้ แต่ไม่ได้มาในรูปลักษณ์ของหนังสือนิยายแปลทั่วไปของฟองน้ำนะคะ เรายอมรับว่าเผลอหลุดหัวเราะออกมาก้ากใหญ่ แบบนึกไม่นึกค่ะว่าพี่ ๆน้อง ๆ ที่คุยกันในเฟสจะลงขันอุบอิบกันทำหนังสือเรื่องนี้แจก ดังนั้นนิยายแปลเจ้าสาวในความมืดของเราไม่เหมือนใครในประเทศไทยนี้ค่ะ ซึ่งบางคนอาจจะเห็นแล้วนะคะถ้าเข้าไปในเฟสบุ๊คของเรา

 

 

เจ้าสาวในความมืด -The Hawk and the dove/ Virginia Henley

สนพ. ฟองน้ำ  ผู้แปล ไพลิน

 เรื่องนี้เป็นหนังสืออันดับที่ 253 ของฟองน้ำยุคที่ยังไม่ปิ๊งไอเดียเปลี่ยนชื่อ คู่เอกและชื่อหนังสือนอกจากนั้นตัวหนังสือค่อนข้างเล็กกว่ายุคนี้เยอะ

เซเบอร์ ไวลด์ เป็นแกะดำของครอบครัวนั่นเพราะเธอเป็นลูกติดจากสามีเก่าเมื่อแม่ของเธอแต่งงานใหม่กับบาทหลวงตามมาด้วยน้อง ๆ ที่ล้วนเป็นหญิงทั้งสิ้น รูปร่างหน้าตาที่สวยสมบูรณ์แบบของเซเบอร์จึงเป็นที่อิจฉาและถูกกลั่นแกล้ง (ถ้านึกภาพไม่ออกให้คิดถึงนางซินเข้าไว้ค่ะ) เซเบอร์จึงรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวเหมือนอยู่ตัวคนเดียวเธอไม่มีใครให้พึ่งพาชายคนรักก็ปันใจไปแต่งงานกับน้องสาวยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้เธออยากหนีไปจากบ้านหลังนี้ยิ่งขึ้น จนถึงขนาดกล้าเขียนจดหมายถึงน้าเคทโดยปลอมลายมือของแม่เพื่อหวังว่าน้าสาวจะรับเธอเข้าไปอยู่ในราชสำนักด้วยถ้าเธอทำสำเร็จย่อมเป็นไปได้สูงว่าเธอจะสามารถหาสามีรวย ๆ เชิดหน้าชูตาทัดเทียมบรรดาพี่ ๆ น้อง ๆ ของตัวเองเป็นการแก้แค้น

ขณะที่เฝ้ารอวันน้าเคทตอบรับเธอไปลอนดอน เซเบอร์ก็ได้รับการติดต่อจากทนายความของเชน

ขอซื้อที่ดินที่ไอร์แลนด์ซึ่งเธอได้รับเป็นมรดกจากพ่อ สินเดิมเพียงสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ซึ่งเซเบอร์ตอบปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว เชนซึ่งกำลังมีปัญหาการสืบทอดทายาทเพราะเขาเป็นลูกนอกสมรส เขาจะไม่ได้รับบรรดาศักดิ์ถ้าหากยังไม่แต่งงาน การตัดสินใจขอเซเบอร์แต่งงานจึงแก้ปัญหาของเขาได้หมดสิ้นในครั้งเดียว

ข้างฝ่ายเซเบอร์ก็ดีใจที่เธอได้สามีซึ่งเป็นถึงคนสนิทของควีนเอลิซาเบธ ทั้งร่ำรวยและรูปหล่อบาดตาบาดใจ เธอเฝ้ารอวันให้ถึงวันแต่งงานเร็ว ๆ เพื่อจะได้พบหน้าเจ้าบ่าวและอวดอ้างผู้คนที่เคยดูถูกเหยียดหยามเธอสารพัด แต่เมื่อถึงวันแต่งงานเชนดูถูกเซเบอร์และสร้างความอับอายให้เธอด้วยการส่งน้องชายมาเป็นตัวแทนการแต่งงานหนำซ้ำยังส่งเธอไปอยู่คฤหาสน์ที่ห่างไกลของเขาอีกด้วย มันประกาศให้เซเบอร์รู้ว่าเชนไม่เคยสนใจใยดีกับการได้เธอเป็นภรรยาแม้แต่น้อย เซเบอร์จึงแก้แค้นเชนโดยขอร้องให้แมท น้องชายของเขาร่วมมือพาเธอเข้าวังตามแผนเดิมเพื่อล่อลวงให้เชนรับเธอเป็นเมียเก็บ เพื่อตลบหลังเขาในภายหลังให้ได้

หลังจากเข้ามาอยู่ในวังเซเบอร์จะช่วยเหลือน้าเคทจัดเตรียมชุดต่าง ๆ ให้กับควีนเอลิซาบธในงานพิธีและงานเลี้ยงรื่นเริงซึ่งมีเกือบทุกวัน ในเรื่องเราจะได้เห็นด้านร้ายกาจของควีนเอลิซาเบธเยอะมาก พระนางอารมณ์ร้าย กราดเกรี้ยวเอาแต่ใจตัวเอง พูดจาก้าวร้าว (เราประเมินผลตามคำแปลนะคะ) ซึ่งไม่เคยอ่านเจอจากเรื่องไหนมาก่อนลับหลังจึงมีเหล่าบริวารที่เกลียดพระนางเยอะมาก เซเบอร์เองก็มีพฤติกรรมที่เราคิดว่าช่างกล้า อย่างที่บอกไว้นะคะว่าเซเบอร์ทำงานดูแลเสื้อผ้าอาภรณ์รวมไปถึงเครื่องประดับซึ่งประเมินราคาไม่ได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอแอบหยิบสร้อยของควีนสวมมาร่วมงานเลี้ยงโดยไม่นึกกลัวเกรง ความหึงหวงที่เซเบอร์มีต่อเชนเพราะเขาเป็นที่โปรดปรานของควีน เธอกล้าทำถึงขนาดล้อเลียนควีนด้วยชุดที่เหมือนกันมาร่วมงานเลี้ยงเดียวกันด้วย

เราอ่านไปได้ประมาณเกือบสองร้อยหน้านะคะ ชักกังวลว่าจะอ่านจบรึเปล่าเพราะรับนางเอกไม่ค่อยจะได้  แต่ความเกรงใจที่พี่ ๆ น้อง  ๆ สู้อุตส่าห์ส่งมาให้อ่านฝืนกัดฟันอ่านจนจบค่ะแบบผ่านตาในบางหน้า จนตัดสินใจว่าจะไม่เขียนรีวิวเรื่องนี้ล่ะแต่จะเอาไปแปะที่วอลล์แทน แต่ก็ถูกน้อง ๆ ขอร้องให้เขียนนะคะ อัพบลอกวันนี้จึงเป็นรายการ”คุณขอมา”   แบบเชิงบ่นนางเอกมากไปสักหน่อย

สุดท้าย คิดว่าตัวเองคงเลยพ้นขีดความบ้าคลั่งหนังสือของเวอร์จิเนีย ไปแล้วค่ะ คะแนนเลยออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ไม่สมกับความหายากของหนังสือเรื่องนี้นัก

 

 

คะแนนความพอใจ 6+