Paranormal-B

สวัสดีค่ะ THE IRON SEAS series  เล่มแรกมาแล้ว ก่อนอื่นมาอธิบายถึงเมนของเรื่องนี้คร่าว ๆ ก่อนว่าทำไมชื่อเรื่องเป็นแนวย้อนยุคแล้วต้องมีพวกเครื่องจักรกลไอน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เริ่มต้นจากอังกฤษสมันวิคตอเรียน ศตวรรษที่ 19 มีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกโดยนำเอาหลักการของการทำงานเครื่องจักรไอน้ำโดยมีพวกฮอร์ดได้คิดค้นเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำยุค จนสามารถนำมายึดครองหลายทวีป แต่อังกฤษได้รับผลกระทบมากที่สุด ทำให้มีการหนีอพยพไปยังโลกใหม่หรืออเมริกา โดยกล่มนี้จะถูกเรียกว่า "บาวเดอร์"  แต่พวกที่ยังอยู่ในอังกฤษและตกอยุ่ในการควบคุมของฮอร์ดเพราะมีนาโนเจนต์อยู่นสายเลือด และถูกฮอร์ดสั่งการโดยคลื่นวิทยุจากหอคอยของบังคับการไม่ให้เกิดความรู้สึกหรือมีความคิดต่อต้าน พวกนี้จะถูกเรียกว่า "บักเกอร์"  
วันหนึ่ง เกิดมีกัปตันเรือคนหนึ่งบังคับเรือพุ่งชนหอคอยของพวกฮอร์ดพังทะลายจนสามารถปลดปล่อยอังกฤษให้พ้นจากการควบคุมได้ ทำให้ทุกคนได้รับอิสระจาการถูกควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ หลังจากนั้นพวกบาวเดอร์ก็เดินทางกลับอังกฤษ และความแตกต่างทางชนชั้นก็เกิดขึ้นเพราะในตอนนี้พวก บักเกอร์ ถูกเหยียดหยามชิงชังจากทุกคนเพราะยังคงมีเชื้อนาโนเจนต์ติดอยู่ในร่างกาย
 
 
 
 
 
นางเอกเรื่องนี้ เป็นสารวัตรแต่เธอเป็นพวกบักเกอร์ ส่วนพระเอกแน่นอนว่าเขาคือกัปตันเรือคนนั้นที่ช่วยปลดปล่อยอังกฤษจากความเป็นทาสของฮอร์ด จนเขาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นดยุค ฉายาดยุคเหล็กนั่นเอง
เส้นทางของทั้งสองไม่น่าจะมาโคจรพบกันได้ แต่เมื่อวันหนึ่งเกิดมีศพตกลงมาจากเรือเหาะหล่นไปที่คฤหาสน์ของรีส ทราเฮิร์น ดยุคเหล็กนั่นจึงเป็นการนำมินา เวนท์เวิร์ธ สารวัตรเข้ามาในโลกของรีส การสืบสวนของเธอมีความหมายมากสำหรับรีสเพราะมีใครบางคนขโมยเรือ เทอร์เร่อร์ของเขาไปเรือซึ่งเขาบังคับชนหอคอยฮอร์ดหลังจากนั้นเขาก็มอบให้กองทัพเรืออังกฤษแต่มันยังเป็นเรือของเขาในทุกความหมาย เช่นเดียวกับมินา การสืบหาฆาตกรเป็นหน้าที่ของเธอแต่เมื่อรู้ว่าเรือเทอร์เร่อร์เป็นต้นตอของคดีและน้องชายของเธอเป็นลูกเรือเทอร์เร่อร์ซึ่งกำลังหลบหนีด้วย มันจึงไม่ใช่แค่การทวงคืนเรือสำหรับรีส ไม่ใช่แค่การสะสางเรื่องศพที่ตกลงที่บ้านของเขา แต่มันเป็นการฉกฉวยโอกาสเพื่อให้ได้มินามาครองแม้เขาจะต้องแบล์คเมล์เธอก็ตาม
 
ต้องยอมรับเลยว่าการเขียนให้พระเอกที่หยิ่งผยอง กล้าแกร่งเป็นผู้นำแต่เก็บตัวรักสันโดษเข้าสังคมไม่เก่งพูดหว่านเสน่ห์สาว ๆ ไม่คล่องอย่างรีส ทราเฮิร์นแต่แค่เขาได้เผชิญหน้ากับมินาไม่กี่นาทีเขาก็เกิดความรุ่มร่อน อยากครอบครองเธอซะแต่วันแรกในสมองคิดแค่เรื่องจะทำอย่างไรให้เธอสมยอมใจอ่อนเป็นคู่นอนของเขาเร็ว ๆ ส่วนมินา ซึ่งมีสายเลือดของพวกฮอร์ดอยู่ในร่างแม้อังกฤษจะเป็นอิสระมาแล้วถึงเก้าปีแต่เธอก็ยังเป็นที่ชิงชังของพวกบาวเดอร์ มันเป็นปมอยู่ให้ใจเธอตลอดเวลาและเป็นปัญหาขวางกั้นที่เธอไม่อาจให้รีสข้ามเส้นแบ่งมาได้
 
โดยรวมแล้วส่วนตัวชอบความหื่น ความรู้สึกรักล้นอกของรีสที่เขามีต่อมินาค่ะทั้งเขียนทั้งแปลอ่านแล้วประทับใจ และเก็ตมาก 
 
คะแนนความพอใจ 8

หัวใจซ่อนเงา - Skin Tight/// Ava Gray

posted on 14 Sep 2013 17:27 by rapture in Paranormal-B directory Fiction
รอนานเป็นปีเลยค่ะสำหรับเล่มสอง ของนิยายชุด Skin หลังจากอ่านเล่มแรกจบกรี๊ดกับพระเอกมาก ๆ เราค่อนข้างชอบอาชีพพระเอกนักฆ่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอบวกกับฝีมือของเอวา เกรย์ ซึ่งเขียนได้ลึกซึ้ง บีบหัวใจมาก ยิ่งเป็นหนังสือเล่มแรกในรอบหลาย ๆ ปี ที่เรายังคงจดจำเรเยสและเก็บเขาไว้เป็นพระเอกใจดวงใจตลอดกาล รวมถึงหนังสือซึ่งเราจัดไว้เป็นอันดับต้นๆ ของปีที่ผ่านมาค่ะ
 
 
 
หัวใจซ่อนเงา - Skin Tight/// Ava Gray
สนพ. แก้วกานต์ ผู้แปล รวิภา
 
 
เล่าย้อนหลังไปสักนิดว่านางเอกเล่มสอง เป็นเพื่อนรักกับไคร่า นางเอกเล่มหนึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ผูกพันมากแทบจะตายแทนกันได้ ส่วนพระเอกเล่มสองนี้ก็เคยมีฉากสั้น ๆ ในเล่มหนึ่ง ที่เคบพบกับมีอามาแล้วค่ะ 
มีอา ซอเตอร์ถูกว่าจ้างจากบริษัทไมคอร์ ให้ตรวจสอบว่าใครกำลังยักยอกเงินบริษัท การสืบหาคนโกงเงินเป็นเรื่องที่เธอชำนาญที่สุด เธอเป็นนักแก้ปัญหาการเงินของบริษัทต่างๆ ที่ถูกโกงโดยพนักงานภายใน และเธอไม่เคยพลาดสักครั้ง แต่กลายเป็นว่าที่ไมคอร์ มีอาได้พบกับฟอสเตอร์ หัวหน้าฝ่ายบุคคลซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยทำงานได้มาเฟียและจับตัวเธอส่งให้มาเฟียคนนั้น ซึ่งเป็นประสบการณ์เลวร้ายที่เจอจดจำไม่เคยลืม และการได้พบเขาที่ไมคอร์ในอีกชื่อหนึ่งทำให้เธอสงสัยว่าฟอสเตอร์ปิดบังบางอย่างกับเธอ เขาอาจจะมีเอี่ยวกับการยักยอกเงินบริษัท นั่นไม่ดีหรอกเหรอที่เธอจะด้แก้แค้นเขาด้วย ถ้าเธอพบหลักฐานแม้เพียงน้อยนิดว่าเขาทุจริตเธอจะเปิดโปงเขา นั่นแหล่ะคืองานที่เธอถนัดที่สุดแก้แค้นในแบบของ มีอา ซอเตอร์
 
อย่างไรก็ตามมีอาเก่งตัวเลข เชียวชาญกลโกงในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าเกี่ยวกับผู้ชายเธอไม่เคยฟันธงได้สักทีว่าเมื่อไหร่เขาจริงใจ หรือเมื่อไหร่พวกเขาโกหกและฟอสเตอร์ เป็นนักโกหกตัวพ่อ เป็นนักปลอมแปลงตัวมืออาชีพโดยอาศัยความสามารถพิเศษในช่วงหนึ่งของชีวิตที่ได้มันมาจากการถูกจับไปทดลองในห้องแลปแห่งหนึ่ง ความสามารถของฟอสเตอร์คือเขาสามารถสร้างภาพลวงตาว่าเขาไม่ใช่คนที่เขาเป็นกับใครก็ตามที่เขาเผชิญหน้าด้วย ไม่เคยมีสักคนเดียวที่เคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงของเขา
 
จากที่เราเคยบ่นไว้ในบลอกเล่มแรกถึงที่มาที่ไปว่าไคร่าได้ความสามารถพิเศษมาได้อย่างไร เล่มสองมีการเปิดเผยแล้วค่ะ ว่ามันเกิดจากการนักทดลองกลุ่มหนึ่งลักลอบทำการทดลองที่ผิดกฏหมาย สร้างเผ่าพันธ์มนุษย์ดัดแปลงขึ้นมาใหม่ชื่อว่า โฮโม ซุปเปอร์รัส โดยการเลือกพวกจรจัด เร่ร่อนตามถนนเป็นหนูทดลอง เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพันธุกรรมเพิ่มความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ธรรมดา
 
โดยรวมแล้วก็ถือว่ายังคงอ่านได้สนุก แม้ไม่บีบหัวใจเท่าเล่มแรกประเด็นปัญหาพระเอกไม่แตกต่างกับพระเอกสไตล์ที่คิดว่าตัวเอกไม่เหมาะสมกับนางเอกเราเลยรู้สึกกร่อยไปนิดไม่เหมือนเล่มของเรเยส ซึ่งรายนั้น ไม่ยอมให้ไคร่าทิ้งเขาไปโดยง่าย สำนวนแปลยังดีค่ะ แม้มือใหม่แต่ก็อ่านได้ลึกซึ้งกินใจสมกับเจตนารมณ์ของนักเขียนที่ต้องการสื่อ
 
คะแนนความพอใจ 8+
 
 

ขอทำความเข้าใจก่อนเข้ารีวิวค่ะว่า สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่านนิยายชุด Night Huntress  ซึ่งโด่งดังขายดิบขายดีจนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มี ชุด Night Huntress World  ที่มีตัวละครเด่น ๆ เกี่ยวเนื่องกันซึ่งเราจะอัพรีวิวเล่มแรกด้านล่างนี้ เราขอเตือนค่ะว่าให้กลับไปอ่านชุด Night Huntress  ก่อนจนถึงเล่มที่สี่ ลิขิตสู่ (หลุม) รักนิรันดร หลังจากนั้นสามารถอ่าน โลหิตแรกแห่งรัก ต่อได้ให้ต่อเนื่องยิ่งขึ้นไปอีกใจเย็นรอ เล่มสองของแมนเชเรส Eternal Kiss of Darkness ซึ่งกำลังแปลอยู่ จบแล้วค่อยกลับมาต่อด้วยเล่มห้า ณ มุมหนึ่งของ (หลุม) รัก  ก็จะทำให้ไม่เสียอารมณ์ค่ะ ที่ต้องแจงลำดับกันก็เพราะว่าสนพ. แปลข้ามสองเล่มของชุด Night Huntress World  ไปค่ะซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดต่อจากเล่มสี่  ลิขิตสู่ (หลุม) รักนิรันดร 

 

 
 
 

โลหิตแรกแห่งรัก - First Drop of Crimson

Jeaniene Frost   แปลโดย ไซน่า กีรติสุทธิสาธร

พิมพ์ที่ นกฮูก พับลิชชิ่ง พิมพ์ปี 2555

 

หนังสือเล่มนี้จับเอาเพื่อนรักของคู่หลักชุด Night Huntress  แคทและโบนส์ มาเป็นพระนางค่ะ หนึ่งปีเศษ ๆ หลังสงครามนองเลือดระหว่างปีศาจกับแวมไพร์จนทำให้แรนดี้สามีของเดนิสตาย เธอตัดขาดติดต่อกับแคทเพราะยังทำใจกับการสูญเสียได้ไม่ดีนักจากผลกระทบนั้นเดนิสมีอาการของโรค PTSD (Post Traumatic Stress Disorder) เป็นภาวะอาการเครียดที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ  ทำให้เกิดการหวนคิด ย้อนกลับไปยังภาพเหตุการณ์ ประสบการณ์เดิม อย่างควบคุมตนเองไม่ได้ เวลาที่เธอเกิดความกลัวมาก ๆ  เดนิสจึงถอยห่างจากโลกแวมไพร์พยายามมีชีวิตปกติแต่แล้วจู่ ๆ เมื่อญาติ ๆ ของเธอทยอยตายด้วยสาเหตุที่คลุมเครือและมีคืนหนึ่งที่  เดนิสเห็นญาติอีกคนถูกปีศาจฆ่าไปต่อหน้าต่อตา และปีศาจขู่จะฆ่าพ่อแม่ของเธอเป็นคิวต่อไปหากว่าเดนิสไม่นำตัวนาธาเนียล บรรพบุรุษของเธอมาแลกเปลี่ยน ในสถานการณ์ขณะนั้น เธอจึงรับปากปีศาจว่าสามารถตามหานาธาเนียลพบเพื่อรักษาชีวิตพ่อแม่และตัวเอง และเพราะปีศาจเชื่อว่านาธาเนียลต้องซุกใต้ปีกแวมไพร์ตนใดตนหนึ่งแน่ ๆ  แต่การขอให้แคทและโบนส์มาช่วยก็เป็นการดึงให้เพื่อนรักตกอยู่ในอันตรายแวมไพร์ที่นึกออกจึงเหลือเพียงสเปด แวมไพร์ตนสุดท้ายที่อยู่ปลอบใจขณะเธอร่ำไห้กอดศพแรนดี้

ปีศาจและนาธาเนียลมีหนี้แค้นระหว่างกันที่ต้องได้รับการชำระสะสางเพื่อเป็นหลักประกันว่าเดนิสจะไม่ทรยศปีศาจจึงประทับตราบนตัวเธอหากเธอหานาธาเนียลไม่พบเดนิสจะกลายร่างเป็นปีศาจ มันจะกลืนกินร่างมนุษย์ของเธอทุกเวลานาที ถึงแม้เดนิสไม่อยากเกี่ยวข้องโลกของแวมไพร์เธอก็ไม่เหลือทางเลือกใด ๆ อีกต่อไป

การหวนกลับมาพบเดนิสอีกครั้งสเปดไม่เหลือความสงสัยใด ๆ ที่ยังค้างคาใจที่ว่าเธอเป็นมากกว่าความรู้สึกหลงใหลคลั่งไคล้ชั่วครั้งชั่วคราว แต่การที่เดนิสเป็นเพื่อนรักของแคทและโบนส์ (ในที่นี้สเปดจะเรียกโบนส์ว่า คริสปิน ซึ่งเป็นชื่อสมัยที่เขายังเป็นมนุษย์) ก็เท่ากับว่าเดนิสอยู่ภายใต้การปกครองของทั้งคู่ด้วย การจะทำอะไรที่ฝืนกฎของมนุษย์และแวมไพร์โดยที่เดนิสไม่เต็มใ