Paranormal-D

สวัสดีค่ะกลับมาอัพเดตบลอกหนังสือชุด ตำนานนักล่าแวมไพร์การ์เดลลาซึ่งเป็นเล่มที่สาม ในขณะนี้เล่มสี่ก็วางขายแล้วเช่นกันค่ะ ยังคงมีคำเตือนนะคะว่าเราจะสปอย์ลเนื้อหาบางส่วนของเล่มนี้  แม้จะจบเป็นตอน ๆ แต่ตัวละครแบะเนื้อหาก็ยังคงเกี่ยวเนื่องกันค่ะ มีบางเหตุการณ์ที่พาดพิงถึงกันไปมาอยู
 
 
รูปภาพ
 
 
สนธยาสีเลือด - The Bleeding Dusk/// Colleen Gleason
สำนักพิมพ์แก้วกานต์  ผู้แปล  เฟิร์น
 
 
เล่มนี้เซบาสติยง กลับมามีบทบาทอีกครั้ง แม้เขาเป็นชู้รักของวิกตอเรียแต่เธอก็ยังไม่ไว้ใจเขาได้เต็มที่ เพราะเขาไม่เคยแสดงความภักดีได้ชัดเจนกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เซบาสติยงเป็นเหลน ของโบรีการ์ด ราชาแวมไพร์ขั้วตรงข้ามของราชินีลิลลิธ เขาเป็นมุนษย์ธรรมดาเพราะโบรีการ์ดเป็นแวมไพร์หลังจากที่เขามีลูกชายของตัวเอง กลุ่มแวมไพร์ของโบรีการ์ดกำลังเหิมเกริมโจมตีและดูดเลืดมนุษย์ตามท้องถนน ซึ่งวิกตอเรียก็มีหน้าที่และความรับผิดชอบเพื่อค้นหาโบรีการ์ดและสังหารเขาซะ
เช่นเดียวกับแมกซ์ วีเนเตอร์หนุ่มเลือดเย็นที่มักจะแสดงกิริยาหยาบคายกับวิกตอเรียเสมอ ๆ ก็หายหน้าไปสี่เดือนเต็มนับแต่คุณยายของเธอเสีย แมกซ์มอบวิส บูลลาของเขาให้เธอหลังจากนั้นเขาก็หายสาปสูญ การที่วิกตอเรียสวมวิส บุูลลาสองชิ้นการเพิ่มความแข็งแกร่งและความว่องไวให้กับเธอ
หลังจากจบการนองเลือดจนทำให้คุณยายของวิกตอเรียเสียชีวิต เศษชิ้นส่วนโอเบลิสก์ที่แตกสลายไปพร้อมกับอสูรอัควานก็กลายเป็นสิ่งล้ำค่าอีกครั้งพร้อมกับการค้นหากุญแจของอสุรและแวมไพร์เพื่อเปิดประตูวิเศษ วิกตอเรียจำต้องคุ้นหากุญแจที่ว่านั่นให้พบก่อนที่จะตกไปอยู่กับพวกมัน โดยครั้งนี้แมกซ์กลับมาช่วยเธออีกครั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแม้ว่าทั้งคู่ยังรู้สึกอริต่อกันแต่ด้วยหน้าที่ปกป้องมนุษย์ การจับมือกันต่อสู้ของพวกเขาจะยังมาก่อน
เล่มนี้เรามีปัญหากับวิกตอเรียมากที่สุด เธอขัดแย้งในตัวเองหลายเรื่องโดยเฉพาะกับเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ชาย ปาเข้าไปสามเล่มแล้ว เธอไม่ใช่สาวน้อยพึ่งเปิดตัวฤดูกาลออกงานที่เอาแต่เหนียมอายอีกต่อไป เธอเป็นนักล่า สังหารอสูรและแวมไพร์มามากมายแต่เธอไม่ได้พัฒนาความรู้สึกอ่อนไหวต่อผู้ชายให้ดีตามฝีมือนักล่าของเธอด้วยเลย แน่ล่ะเธอเป็นมนุษย์ธรรมดาแต่การอ่อนปวกเปียกไปกับผู้ชายหน้าตาดี ๆ หลาย ๆ คนในเล่มเดียวนี่มันเกินทนสำหรับเราค่ะ ในอีกมุมหนึ่งเธอยังคร่ำครวญคิดถึงสามีที่ตายไปแล้วแต่วิกตอเรียสามารถมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเซบาสติยงเช่นเดียวกัน อ่านแล้วหงุดหงิดค่ะโดยรวมแล้วคะแนนเล่มนี้จึงออกมาน้อยที่สุดในสามเล่มนี้อ่านจบ
 
คะแนนความพอใจ 5+

 
ตอนที่ 2 ผ่านมาหนึ่งปีหลังเกตุการณ์เล่มหนึ่งค่ะ ถ้ายังไม่ได้อ่านเล่มแรก ก็ระวังสปอย์ลนะคะ เตือนไว้ก่อน :)
 
 
รูปภาพ
 
 
แวมไพร์ปลุกวิญญาณ - Rises The Night///Colleen Gleason
 
สนพ. แก้วกานต์  ผู้แปล เฟิร์น
 
ชีวิตที่วิกตอเรียได้เลือกแล้วหลังจากผ่านเรื่องน่าเศร้าเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอไม่สามารถเป็นเกวนโดลินคนเดิมที่เพียงแค่รอคอยงานเต้นรำ เมื่อเปิดฤดูกาลเข้าสังคม ตั้งตาหาสามีและมีลูก นักล่าแวมไพร์เป็นชีวิตที่เธอเลือกจะอยู่กับมัน มันถูกต้องและเพราะเธอเป็นทายาทของตระกูลการ์เดลลา
แม้วิกตอเรียและแมกซ์คู่หูวีเนเตอร์ ร่วมมือกันขับไล่ราชินีแวมไพร์ออกไปจากอังกฤษได้สำเร็จ แต่ในลอนดอนก็ยังคงมีเหตุการณ์แปลกประหลาดและเงื่อนงำที่ทำให้วิกตอเรียต้องขอความร่วมมือจากหนุ่มเสเพลมากเสน่ห์เจ้าของคลับที่ต้อนรับพวกแวมไพร์โดยเฉพาะอย่าง เซบาสติยง เพื่อหาเบาะแสว่าเหตุใดเดนัสลูกชายของราชินีลิลิธจึงมีกลุ่มเททูลาสนับสนุนและยอมสละตัวเองเป็นอาหารให้พวก
แวมไพร์ดื่มกิน หรือพามนุษย์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวไปหาแวมไพร์ แถมยังปกป้องผลประโยชน์และทำงานชั่วร้ายให้เนดัสด้วย เป็นไปได้เหรอที่มนุษย์บางคนต้องการมีชีวิตอมตะจนยอมเชื่อว่าถ้าหากพวกเขาแค่ปกป้องแวมไพร์และให้ดื่มกิน
เซบาสิยงซึ่งเปิดคลับไว้เป็นสื่อกลางให้พวกแวมไพร์มมรวมตัวกัน ผลพลอยได้ที่เขาจะได้คือข้อมูลสำคัญ ๆ เสมอ ดังนั้นวิกตอเรียจำต้องพึ่งพาเขาแต่ในขณะเดียวกันเธอต้องหักห้ามใจไม่ได้เพลิดเพลินไปกับการหว่านเสน่ห์อย่างล้นเหลือของเขาไปด้วย
และแมกซ์ วีเนเตอร์ที่ไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องตระกูลการ์เดลลาแต่อย่างใดแต่เขาก็เป็นนักล่าแวมไพร์มือดีที่สุด แกร่งและเข้มแข็ง ฉลาดฉลียวที่สุด ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังเสร็จศึกช่วยกันต่อสู้ไล่ล่าราชชินีแวมไพร์ สถานที่สุดท้ายที่พบเขาคือกรุงโรมและเบาะแสที่เธอด้รับจากเซบาสติยงเกี่ยวกับกลุ่มสมาคมเททูล่าก็อยู่ที่กรุงโรม ดังนั้นวิกตอเรีย จึงปลอมตัวไปอิตาลี่เพื่อออกล่าอีกครั้ง
 
อ่านจบไปสองเล่ม พอจับทางได้ค่ะว่า เป็นหนังสือชุดก็จริงแต่ แต่ละเล่มก็มีตอนจบของมันเอง ทุกเล่มจะมีผู้นำแวมไพร์ตัวใหม่แต่ก็จะเชื่อมโยงกับราชินีซึ่งอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับการพัฒนาฝีมือการต่อสู้และการสั่งสมประสบการณ์ของนักล่ามือใหม่อย่างวิกตอเรียไปในตัว เล่มสองนี้เราหงุดหงิดนางเอกมากพอสมควรค่ะ แม้เเธอจะมีเครื่องราง เก่งในการชั้นเชิงการต่อสู้เหนือกว่าผู้หญิงธรรมดาทั่วไปแต่เธอก็ยังมีอารมณ์มีความรู้สึกส่วนตัวมากเกินกว่าภาระหน้าที่จนมันทำให้เธอพลาดท่าและทำแผนเละอย่างไม่น่าเป็นไปได้ ก็ต้องยอมรับนะคะเธอยังใหม่ อายุน้อย มีพื้นฐานแค่มนุษย์หญิงธรรมดา จิตใจยังแกร่งไม่มากพอซึ่งประเด็นความแกร่งของหัวจิตหัวใจนี่ เราบอกตรง ๆ ว่าเธอมีน้อยมาก ๆ ในล่มนี้
 
คะแนนความพอใจ 6+
 
หนังสือเล่มที่สองชุด Night Huntress World  ซึ่งแตกหน่อมาจากชุด Night Huntress ซึ่งมีพระเอก นางเอกคู่เดิมคือคริสปินหรือโบนส์และแคท พระเอกเรื่องนี้คือแมนเชเรส ถ้าใครติดตามอ่านชุด Night Huntress ย่อมรู้จักแมนเชเรสเป็นอย่างดีว่าเขาคือผู้ปกครองร่วมของคริสปินและเป็นต้นตระกูลผู้สร้างให้เขา สเปดและเอียนกลายสภาพเป็นแวมไพร์อีกด้วย แมนเชเรสตามกำเหนิดแล้วเขาเป็นผู้ปกครองอียิปต์ ภาพลักษณ์ที่เราจินตนาการได้ตามที่เจนีน บรรจงสร้างชายหนุ่มอายุแค่ยี่สิบกว่า ๆ สูงเข้มและผมดำยาว อ่านแล้วชวนเคลิ้ม แต่นับอายุกันแล้วแมนเชเรสปาเข้าไปสี่พันกว่าปีแล้วค่ะ เช่นกันถ้าใครเป็นแฟน ๆ นิยายชุดนี้ย่อมรู้เป็นอย่างดีว่าแมนเชเรสกำลังเผชิญกับปัญหาพลังอำนาจของเขาเองที่จู่ ๆ พลังตาทิพย์ของเขาก็สูญหายไป เขาไม่อาจหยั่งรู้อนาคตได้ นั่นทำให้เขาวิตกกังวลว่า มันคงถึงเวลาที่เขาต้องเตรียมการทำอะไรบางอย่างเสียที
 
 
 
 
 
จุมพิตรักแห่งอนธการ - Eternal Kiss Of Darkness//Jeaniene Frost

สนพ. นกฮูก ผู้แปล ไชน่า กีรติสุทธิสาธร
 
     เรื่องนี้เปิดเรื่องที่นางเอกเดินกลับจากที่ทำงานซึ่งเป็นเวลาที่ดึกสงัดซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติของเธอแต่คืนนี้สิ่งที่เธอจะได้พบไม่ใช่เรื่องปกติเหมือนเช่นทุกวันอีกต่อไป....คงเป็นนิสัยที่ชอบปกป้องของนักสืบเอกชนอย่าง คีร่า เกรซลิง กระมังที่ทำให้เธอไม่อาจเพิกเฉยเดินหนีจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังถูกรุมทำร้ายแต่กลายเป็นว่าคนร้ายหกคนที่เธอเล็งปืนหมายจะปกป้องชายโชคร้ายคนนั้นกลับกลายเป็นปอบที่ปรี่เข้าเล่นงานเธอหวังกัดกินเธอเป็นอาหาร
    
     แมนเชเรส จำต้องเลือกระหว่างการออมมือให้พวกปอบตายใจกับการเปลี่ยนแผนต้องช่วยหญิงสาวใจกล้าคนนนั้นที่เข้ามาขัดขวางแผนการของเขาจนตัวเองมีอาการร่อแร่จวนสิ้นใจตายไปต่อหน้า ถ้าการที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายนั้นยังไม่น่ากลัวพอ การเห็นชายแปลกหน้าคนนั้นกำลังใช้เลือดของตัวเองรักษาแผลของเธอนั่นยิ่งทำให้คีร่าตระหนักได้ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์
    
     การที่แมนเชเรสเห็นคีร่าผลีผลามเข้าไปช่วยเขาโดยไม่คิดห่วงความปลอดภัยของตัวเองและการที่เขาไม่อาจควบคุมจิตใจและอ่านความคิดของเธอได้ทำให้เขาสนใจเธอเป็นพิเศษและแมนเชเรสไม่อาจปล่อยเธอไปได้จนกว่าเขาจะลบความทรงจำของเธอขณะเห็นเหตการณ์นองเลือดคืนนั้น เขาแทรกแซงความคิดเธอไม่ได้นั่นหมายถึงว่าเขาปล่อยเธอไปโดยที่เธอยังมีความทรงจำว่าเขาเป็นแวมไพร์ไม่ได้เช่นกันแต่ยิ่งผ่านไปหลายวันความพยายามของแมนเชเรสที่จะลบความจำของเธอยิ่งไม่ประสบผล แต่นั่นกลับทำให้เขาโล่งใจที่จะมีเวลาได้อยู่กับเธอให้นานขึ้นอีกวัน...มันเป็นความรู้สึกขัดแย้งที่เขาทำใจได้ลำบาก เมื่อพลังอำนาจตาทิพย์ของเขาสูญหายไปแมนเชเรสก็คิดว่าจวนถึงเวลาของเขาที่ลาลับไปจากโลกนี้ ถ้าเขาเหนี่ยวรั้งคีร่าไว้เท่ากับเขาจะทำร้ายเธอในภายหลังยิ่งจะทำให้ทั้งคู่เจ็บปวด แมนเชเรสจึงฉวยโอกาสที่น้องสาวของคีร่าล้มป่วยแลกเปลี่ยนข้อตกลงกับเธอ
   
    
     อาจเพราะความเรียบง่ายของพลอตกระมัง ที่ทำให้เรารู้สึกเซ็งกับแมนเชเรส ผิดหวังเพราะตั้งความหวังไว้สูงทีเดียวจากที่อ่านจากเล่มก่อนหน้าขัดใจที่เขายอมรับชะตากรรมง่ายดายเกินไปรู้ล่ะว่ามีบทเรียนก่อนนหน้าจากแวมไพร์อายุพอ ๆ กันกับเขาแต่ในเมื่อเขาพบผู้หญิงที่ใช่สำหรับตัวเขาเอง เราอยากเห็นเขาในแบบที่ต่างออกไป ไม่ใช่เดินหนี อ่านแล้วรู้สึกขัดแย้งพิลึก
 
 
คะแนนความพอใจ 6

ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่าต้องเกี่ยวข้องกับกาลเวลา หนังสือเล่มแรกของเราที่จะทำความรู้จักกับเบธ เคอรี่ มีอีกเล่มที่แปล  เพลิงรัก แรงเสน่หา (Wicked Burn)  แต่เราตัดสินใจเสี่ยงเลือกซื้อเล่มนี้เพราะปกหลังเรียกความสนใจจากเราได้มากกว่า

 

 

ท้ารักทะลุมิติ - Daring Time : Beth Kery

ผู้แปล  มิราด้า   สำนักพิมพ์ : คริสตัล พับลิชชิ่ง

 

ไรอัน แดร์ นักสืบหนุ่มแห่งตำรวจชิคาโกโชคดีได้รับมรดกเป็นคฤหาสน์เก่าแก่มีคุณค่าเขาตัดสินใจเข้าไปสำรวจบ้านใหม่ในวันหนึ่งหลังจากได้สืบค้นประวัติจนพบว่าเจ้าของเดิมคือเจคอบ สติลวอเตอร์นักบวชคนหนึ่งที่มีฐานะ ซึ่งมีลูกสาวเพียงคนเดียวแต่ได้หายสาบสูญไปหลังจากนั้นไม่กี่วันก็ถูกพบกลายเป็นศพลอยอืด ความจริงที่น่าตกใจก็คือสามวันนับจากวันนี้เมื่อร้อยกว่าปีก่อน โฮป สติลวอเตอร์จะตาย

วันแรกที่ไรอันนอนค้างคืนที่คฤหาสน์เขาได้พบตัวตนของโฮปผ่านทางกระจกตู้เสื้อผ้าในห้องที่เขาสันนิฐานว่าเคยเป็นห้องนอนของเธอความงดงามของเธอชวนตะลึงหลงจนไรอันกินไม่ได้นอนไม่หลับ เขาแทบละสายตาจากกระจกไม่ได้เพื่อพยายามเรียกให้เธอปรากฏตัว อารมณ์ความรู้สึกที่แรงกล้าของไรอันสำเร็จจนได้ เขาและโฮปสื่อสารกันผ่านกระจก เขาอยู่ในปี 2008 เธออยู่ในปี 1906 แตะต้องกันและกันได้บางส่วนของร่างกายความเร่าร้อน ความต้องการซึ่งกันและกันเหมือนจะสื่อนำทางเชื่อมให้ทั้งคู่ แต่ก็เพียงแค่เวลาที่สั้น ๆ

ใกล้วันที่โฮปจะตาย ไรอันร้อนใจเขายังค้นหาวิธีการที่จะข้ามกาลเวลาไปช่วยเธอไม่ได้ เขาได้แต่เตือนให้โฮประวังตัวแต่ไรอันเชื่อว่ากระจกจะเป็นความหวังเดียวที่เขาจะไปช่วยโฮปได้เพราะทุกครั้งที่เขาและเธอพบกันกระจกจะเกิดรอยฝ้าขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวันที่โฮปหายตัวไปเมื่อปี 1906 นั่นเองที่กระจกเกิดรอยฝ้าเต็มพื้นที่ไรอันสื่อสารกับโฮปไม่ได้แต่จู่ ๆ เขาก็ลองก้าวข้ามผ่านกระจกไรอันก็มาอยู่ในห้วงเวลาของปี 1906 ง่าย ๆ แค่นั้นเอง

เพราะเป็นนิยายแนวเหนือจริง เราเลยไม่ได้ใส่ใจถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ มากมายนักทำใจมองผ่านเลยไปเนื้อหาเน้นหนักรายละเอียดทุกขั้นตอนของฉากเลิฟซีนฮอต ๆ มากกว่ารายละเอียดของประเด็นอื่น ๆ แต่ยอมรับหงุดหงิดนางเอกมากว่าทำไมเธอพลาดเดินเข้าหาปัญหาด้วยวิธีการโง่ ๆ แบบคนร้ายไม่ได้ออกแรงเลยด้วยซ้ำทั้งที่ไรอันก็เตือนแล้วว่าให้ระวังตัวแต่ก็นั่นล่ะไรอันก็ไม่เตือนอย่างจริงจังหรือเน้นย้ำมากมายนักหมกมุ่นแต่เรื่องเซ็กส์ ไม่รู้เป็นตำรวจประสาอะไร

โดยรวมแล้วสำหรับเราเกือบดีการได้รับมรดกเป็นคฤหาสน์เมื่อทุกอย่างคลี่คลายก็มีเหตุผลพอรับได้ ส่วนสำนวนแปลคงเดิมใช้คำดิบ โจ่งแจ้งยิ่งส่งเสริมให้เนื้อหาร้อนแรงมากขึ้นไปอีก

 

 

คะแนนความพอใจ 5+

หายหน้าหายตาไปเกาะขอบสระ เอ๊ย! ขอบจอลุ้นนักกีฬาไทยไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่อังกฤษ ณ ตอนนี้ยังเหลือมวยความหวังเดียวที่พอให้ได้ลุ้นเหรียญทองติดมือกลับมาค่ะ หลังจากประเภทอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบด หรือ ยกน้ำหนัก พลาดไปอย่างน่าเสียดายมาก ๆ

มาว่ากันถึงหนังสือที่จะรีวิว เป็นหนังสือเล่มที่สองในชุด Demonica Series เล่มแรกเราเคยเขียนรีวิวไว้แล้วชื่อไทยว่า พิศวาสอสูรซาตาน

 

บ่วงรักสาปอสูร - Desire Unchained : Larissa Ione

ผู้แปล : ณัฏฐรี  สนพ. คริสตัล  พิมพ์ปี  2555

 

เมนหลักของหนังสือชุดนี้จะปักหลักที่โรงพยายบาลอันเดอร์เวิร์ล เจนเนอรัล ของฟากฝั่งพระเอกซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อรักษาดีมอนนับสิบสายพันธ์ เหมือนกับนิยายแนวเหนือธรรมชาติหลายเรื่องที่เหล่าดีมอน แวมไพร์ มนุษย์กลายร่างอยู่ร่วมปะปนกันแต่พวกเขาก็รักษาระยะห่างจากมนุษย์เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามก็มักจะมีพวกนอกคอกที่เห็นมนุษย์ผู้อ่อนแอเป็นเหยื่ออันโอชะเสมอ ดังนั้นจึงได้เกิดสภาปกครองกำหนดกฎหมายรวมไปถึงบทลงโทษสำหรับดีมอน แวมไพร์ มนุษย์กลายร่าง ขึ้นสมาชิกสภาปกครองจะดีมอนระดับสูงเป็นตัวแทนของแต่ละสายพันธ์ พวกมนุษย์ก็จะมี การ์เดี้ยน รีเจ้นท์และซีกิล เป็นกองทัพนักรบที่รวมตัวกัน ปกป้องมนุษย์โลกจากพวกเหนือธรรมชาติเช่นกัน

ที่บอกไปเป็นแค่ภาพรวมกว้าง ๆ ให้พอเข้าใจค่ะ เนื้อหาจริง ๆ เล่มนี้ถึงคิวของเชด ดีมอนบุรุษพยาบาลซึ่งมีหน้าที่รับส่งผู้บาดเจ็บกลับมารักษาตัวที่อันเดอร์เวิร์ล เจนเนอรัล เชดเป็นดีมอนสายพันธ์อินคิวบัสมีธรรมชาติที่ต้องการเสพสมถ้าหากเขารับรู้หรือถูกกระตุ้นจากเพศตรงข้ามถึงแม้จิตใต้สำนึกจะไม่ได้ต้องการแต่เชดก็ไม่อาจปฏิเสธร่างกายได้ถ้าเขาได้กลิ่นผู้หญิงที่กำลังโหยหาเซ็กส์เขาต้องบุกตะลุยจนได้ครอบครองเธอ ดังเช่นที่เชดได้รูน่าตั้งแต่วันแรกที่พบเธอ

เชดและรูน่าเคยเป็นคู่รักกันมาก่อน เธอเป็นมนุษย์และคิดว่าเขาเป็นมนุษย์ตอนที่เขาเข้ามาจีบเธอจนกระทั่งรูน่าจับได้คาตาเห็นเชดกำลังมั่วกับผู้หญิงอื่นในสภาพกลายร่างเป็นเซมินัส ที่ได้ชื่อว่ามีอารมณ์ทางเพศมากที่สุดเกือบตลอดเวลารูน่าหนีเตลิดไปในคืนนั้นจนถูกมนุษย์หมาป่ารุมทำร้ายและทำให้เธอกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าในเวลาต่อมา รูน่าแข็งแกร่งขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากพี่ชายซึ่งทำงานให้กับกองทัพนักรบและส่งเธอกลับมาเป็นสายล้วงข้อมูลของอันเดอร์เวิร์ล เจนเนอรัลแต่โชคร้ายที่รูน่าถูกโร้จ พี่ชายที่เชดคิดว่าตายไปแล้วจับมาขังไว้กับเขา ผู้ชายที่เธอทั้งรักและเกลียดมากที่สุดแทนเสียก่อน

ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่เชดใกล้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนแปลงในปีที่หนึ่งร้อยซึ่งเขาจะสามารถกลายร่างเป็นสายพันธ์ใดก็ได้และจะหยุดสมสู่กับผู้หญิงอย่างหน้ามืดตามัว และหากว่าเชดได้พบเนื้อคู่ของตัวเองในจังหวะนี้เขาจะทำให้เนื้อคู่ของเขาท้องได้ ปัญหาอยู่ที่ว่าในอดีตเชดถูกสามีของผู้หญิงที่เขาเคยนอนด้วยสาปให้ไม่มีวันรู้จักความรักและถ้าเกิดเขารักใครร่างกายของเขาจะอ่อนแอและค่อย ๆ เลือนหายไปและโร้จซึ่งหวนกลับมาแก้แค้นพี่ๆ น้อง ๆ ในอันเดอร์เวิร์ล เจนเนอรัล คิดแผนใช้คำสาปนี้เล่นงานเชดให้เขาเชื่อมสัมพันธ์กับรูน่า การผูกติดกับเธอถือเป็นจุดสิ้นสุดสัญชาตญาณของตามธรรมชาติที่ต้องการเซ็กส์เล่นงานเขาหากเชดปฎิเสธมันเขาก็อาจตายได้ มันปะปนไปหมดทั้งความกลัวของคำสาปและความรู้สึกอาลัยอาวรณ์เดิม ๆ ที่เคยมีต่อรูน่า

ปัญหาของเล่มนี้ยังคงเดิมสำหรับเราที่เจอศัพท์แสงเยอะแยะไปหมดน่าเวียนหัวและความรู่สึกอุบาทว์ส่วนตัวที่เห็นโรงพยาบาลเป็นที่ ๆ พวกตัวประหลาดนานัปการมั่วเซ็กส์กันด้วย ส่วนใหญ่ของเนื้อหาอยู่ในวงแคบยังไม่ได้ขยายไปหาพวกอื่นเช่น กองทัพหรือสภา การค้าอวัยวะของดีมอนก็เป็นประเด็นพื้น ๆ ไม่ขยายผลไปถึงไหน โฟกัสอยู่ที่ปัญหาส่วนตัวของพระนาง ซึ่งพอถึงเวลามันก็คลี่คลายไปเองแบบไม่เปลืองแรง โดยรวมแล้วค่อนข้างผิดหวังค่ะ

 

คะแนนความพอใจ 5+