RomanticSuspense-A

In Death series 1-3 : J D Robb

posted on 27 Aug 2012 18:23 by rapture in RomanticSuspense-A directory Fiction

The first book in the In Death series  เริ่มขายครั้งแรกปีคศ. 1995 ปัจจุบันลำดับที่ 35 จะออกขายปี 2013  อะไรคือเสน่ห์ อะไรที่ทำให้หนังสือชุดนี้ยังคงอยู่ คุณจะได้เห็นหลังจากอ่านสามเล่มนี้ว่า indeath  ยิ่งใหญ่และมีพลังดึงดูดใจนักอ่านได้มากแค่ไหน ทำไมอีฟและโร้คถึงอยู่ยั้งยืนยงได้นานถึงเพียงนี้ เช่นเดียวกันคุณอาจพบจุดจบว่าตัวเองไปไม่รอดตั้งแต่เล่มแรกได้เหมือนกัน

 

 

เปลือยสังหาร - Naked in Death 

A novel by J D Robb

 

ฆาตกรรมที่ทำให้ชายหญิงคู่หนึ่งได้พบกัน

 

โศกนาฎกรรมของเล่มแรก เหยื่อเป็นโสเภณีจดทะเบียนมีระดับเป็นถึงหลานสาววุฒิสมาชิกสภา สภาพร่างกายเปลือยเปล่าโดยมีกระสุนปืน  .38 เจาะบนร่างเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นการจัดฉาก ฆาตกรรู้เรื่องระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี กล้องวงจรปิด แผ่นดิสก์รักษาความปลอดภัยถูกตัดต่อแก้ไข อย่างแนบเนียน ปกปิดร่องรอยของตัวเองไม่มีหลักฐานเอาผิดใครได้มัดแน่นหนา ยกเว้นอาวุธปืนที่จงใจทิ้งไว้ที่เกิดเหตุ ปี คศ. 2058 อาวุธปืนเป็นสิ่งต้องห้ามมีเพียงนักสะสมของเก่าเท่านั้นที่มีมันไว้ในครอบครอง จากการสืบค้นข้อมูลชื่อของโร้ค นักธุรกิจหนุ่มชื่อดังและทรงอิทธิพลมากที่สุด โผล่มาทุกที่ ๆ ผู้หมวดอีฟ ดัลลัส ตำรวจแห่งกรมตำรวจนิวยอร์กเจาะหาเบาะแสความเป็นไปได้ของคดี

การเข้าถึงตัวโร้ค ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ใช่ว่าหากอีฟพยายามจะมีใครหน้าไหนกล้าแต่เธอเลือกไปร่วมงานศพเหยื่อแทน สถานที่อันหดหู่แต่เป็นประโยชน์ในรูปคดีสำหรับตำรวจ และที่นี่อีฟได้พบโร้ค อาจเพราะเขาเป็นผู้ชายที่เธอต้องฝ่าด่านหลายขั้นตอนซึ่งสิ้นเปลืองเวลาโดยใช่เหตุ  อีฟจึงยอมให้ตัวเองแสดงความพึงพอใจในความสะดวกสบายส่วนตัวที่เขามอบให้ขณะขอสอบปากคำ หลังงานศพ ด้วยรถลิมูซีน เครื่องบินส่วนตัว

อีฟทำให้โร้ค รู้สึกทึ่ง พลังรุนแรงที่เธอเปล่งออกมาทำให้เขารู้สึกมึนเหมือนถูกต่อยแย่ชะมัดที่เธอเป็นตำรวจ อย่างไรก็ดีโร้ครับมือกับการสอบปากคำอย่างสนุกทั้งหยอกเย้าและยั่วแหย่เธอกลับแต่อีฟโต้ตอบคืนอย่างท้าทาย ยิ่งทำให้เขาคันไม้คันมืออยากทดลองละลายเปลือกนอกที่แข็งกระด้างของเธอ  และการเป็นเจ้าตึกที่อีฟพัก เป็นหนึ่งในหลายวิธีที่โร้คต้องการจะเข้าหาเธอ

ยิ่งสาวคดีลึกมากเท่าไหร่แนวโน้มผู้ต้องสงสัยยิ่งพุ่งเป้าไปที่โร้ค  เขาเป็นเจ้าของตึกที่เหยื่อพัก หมายความว่าโร้คฝ่าด่านระบบรักษาความปลอดภัยเข้าออกได้โดยง่าย แต่การเจาะลึกเพื่อค้นประวัติและข้อมูลส่วนตัวของโร้คไม่ง่ายเลย ทันทีที่อีฟแตะมันจะได้รับการป้องกันอย่างดี อย่างมากก็มีแค่สิ่งที่โรคต้องการให้ชาวโลกได้รู้เท่านั้น

โร้คไม่สนใจที่อีฟสงสัยว่าเขาเป็นฆาตกรหรือไม่ เขาใส่ใจและแคร์เมื่ออีฟผลักดันตัวเองจนหมดเรี่ยวหมดแรงเพื่อควานหาตัวฆาตกร เหนือสิ่งอื่นใดมันทำให้เขาหงุดหงิด ที่ไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยเธอได้ เขาอยากแบ่งปันความทุกข์ร่วมกับเธอ เขาอยากปกป้องดูแลเธอให้กินอิ่ม นอนหลับ เฝ้ามองวิธีทำงานอย่างเข้มแข็งและดุดันของเธออย่างหลงใหล  แต่การเข้าถึงอีฟมีเพียงเรื่องงานเท่านั้นที่เธอเปิดโอกาสให้  เธอไม่ยอมจำนนต่อการหว่านเสน่ห์ของเขาโดยง่าย แต่ก็กีดกันเขาออกไปไม่สำเร็จเช่นเดียวกัน

ถึงจะเป็นเล่มแรกความสัมพันธ์ของคู่นี้ก็ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วค่ะ โร้ครู้ใจตัวเองได้เร็วกว่า เขารู้สึกเหมือนคนปัญญาทึบที่พกกระดุมเสื้อที่อีฟทำหล่นตอนเจอกันครั้งแรกในงานศพและเก็บติดตัวไว้ตลอดเวลา เธอดึงเอาความอ่อนแอที่ตัวเองฝังกลบมาได้หลายปีดีดัก   อีฟเองภายใต้เปลือกที่เข้มแข็งเต็มเปี่ยมหัวใจของตำรวจแผนกฆาตกรรมโร้คทำให้เธอไหวหวั่น และนับวันยิ่งเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับโร้คซึ่งยังเป็นผู้ต้องสงสัย  น่าคิดว่าทั้งคูจะไปได้ไกลแค่ไหน  น. 293

“ฉันไม่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องทำนองนี้มาก่อน ฉันจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ค่ะ โร้ค กฎเกณฑ์ที่แน่นอน”

“ผมไม่ใช่คดีที่คุณจำเป็นต้องสะสางสักหน่อย”

 “ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ฉันรู้ว่ามันเร็วเกินไป มันไม่ควรจะเริ่มต้นขึ้นเลย ด้วยซ้ำ ฉันไม่ควรจะเริ่มต้นกับคุณเลย”

 นอกจากหนังสือจะโฟกัสไปที่คดีฆาตกรรมเป็นหลักสลับกับความสัมพันธ์ระหว่างอีฟและโร้ค  สภาพแวดล้อมบรรยากาศทั่วไปก็น่าสนใจเพราะนี่คือหนังสือในโลกอนาคตปี 2058 ดังนั้นคุณจะได้พบกับเครื่องบิน รถยนต์และเครื่องมือสื่อสารที่ไฮเทคกว่า ลูกเล่นอุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน จำพวกปัจจัยสี่ที่น่าทึ่งในหลายรูปแบบ

 

 

 

สื่อสังหาร - Glory in Death 

A novel by J D Robb

 

ก้าวเข้าสู่เล่มที่สอง อีฟเริ่มตกอยู่ในสายตาจับจ้องชีวิตส่วนตัวของสื่อเมื่อเธอกลายเป็นคนรักของโร้คเธอตกเป็นข่าวตามหน้าสื่อทีวีไม่เว้นแต่ละวันพอ ๆ กับที่เป็นเจ้าของคดีฆาตกรรมเลยทีเดียว  เหมือนกับเล่มแรกที่เปิดด้วยคดีฆาตกรรมครั้งนี้ผู้ตายเป็นถึงอัยการซึ่งทำงานใกล้ชิดกับตำรวจและหุ้นส่วนทางธุรกิจกับโร้คด้วย รูปแบบการตายถูกมีดปาดคอ  ห่างกันไม่ถึงสิบวันเหยื่อรายที่สองก็ถูกฆ่าในรูปแบบคล้ายกัน นักแสดงสาวสวยอดีตคู่ควงของโร้ค เป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงวิธีการปลิดชีพเหยื่อและเหยื่อเป็นผู้หญิงทั้งคู่ มีชื่อเสียงอยู่ในสายตาประชาชนเหมือนกันและเกี่ยวพันกับโร้คเหมือนกัน   ฆาตกรกำลังคิดเล่นงานใครบางคนเป็นการส่วนตัว

คดีเชื่อมโยงมาหาโร้คอีกครั้งและมันทำให้อีฟหัวหมุนเธอต้องพยายามหาหลักฐานเพื่อให้ได้คำตอบและกันเขาออกห่างให้มากที่สุดแต่โร้คไม่เคยเป็นกังวลเหมือนเช่นทุกครั้งที่ชื่อของเขาเกิดโผล่ขึ้นมาในคดีใดคดีหนึ่ง เพราะโร้คไม่ได้บอกอีฟว่าตั้งแต่เขารู้ตัวว่ารักเธอโร้คก็ยอมกำจัดธุรกิจที่ผิดกฎหมายเพื่อเขาจะได้ไม่เป็นจุดอ่อนในหน้าที่การงานของอีฟ อย่างไรก็ตามโร้คยังคงรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของพวกเขายังไม่มั่นคงมากพอความไม่แน่ชัดของอีฟว่าเธอต้องการมีอนาคตร่วมกับเขา ทำให้โร้คอึดอัด หวาดกลัว เขาต้องการผูกมัด อีฟต้องการรักษาระยะห่าง  ต้องการเป็นฝ่ายควบคุมความสัมพันธ์

เล่มนี้เชือดเฉือนอารมณ์สุด ๆ อีกคนต้องการรักษาระยะห่าง ต้องการมีพื้นที่ส่วนตัว อีกคนต้องการทั้งหมดหรือไม่ก็ไม่ขอรับอะไรเลย โร้คแทบจะคุกเข่าอ้อนวอนอย่างหมดศักดิ์ศรีเพื่อยอมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของอีฟและเขาโกรธเธอ โกรธมาก ๆ ที่ทำให้เขาต้องหมดหนทางถึงขนาดนี้

ถ้าใครสามารถผ่านเรื่องเปลือยสังหารมาได้เรื่องนี้เป็นเสมือนโบนัสพิเศษ ความรักที่โร้คมีให้อีฟมันยิ่งใหญ่มาก สำหรับผู้ชายที่เลี่ยงตำรวจมาตลอดชีวิต เขารู้สึกไม่มั่นคงอย่างแปลกประหลาดเมื่ออีฟกลับเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้เขามีความสุขอย่างแท้จริงได้ นรกหรือสวรรค์ แล้วแต่เธอจะเลือก อีฟก็ต้องปรับตัวในหลาย ๆ ด้าน ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ที่โร้คเฝ้าเพียรพยายามปรนเปรอ เออออไปกับการพะเน้าพะนอของเขาง่ายขึ้น แม้การเอ่ยคำสารภาพรักกับเขาจะดูขัดเขินไม่เป็นตัวของตัวเองสักเท่าไหร่ ในครั้งแรก

ในฐานะที่เป็นคนรักของโร้ค ซึ่งดึงความสนใจของสื่อได้เป็นอย่างดีเรื่องนี้อีฟเริ่มออกงานสังคมคู่กับเขาบ้างแล้วปกติแล้วอีฟไม่เคยสนใจดูแลรูปร่างหน้าตาของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร เธอไม่เคยวิ่งตามแฟชั่น และโร้คช่างสนุกเหลือเกินที่ได้เป็นผู้ชายเพียงคนเดียวจับเธอแต่งตัวตามใจตัวเอง แถมอีฟก็เห็นดีเห็นงามไปกับเขาด้วยสิ เป็นสิ่งหนึ่งที่เราชอบอีฟนะคะ แม้งานสืบหาฆาตกรจะยุ่งและกินเวลามากเพียงใดแต่เมื่อเธอมีโร้คอีฟก็พร้อมที่จะยอมปลีกเวลานั้นมาเพื่อเขา

ท้ายเล่มโร้คขออีฟแต่งงานแล้วค่ะ มาดูกันต่อไปว่างานแต่งงานของทั้งคู่จะฮือฮากันมากขนาดไหน

 

ความใจตั้งใจเดิมจะเขียนรีวิวสามเล่มแต่เกิดติดงานด่วนต้องเดินทางและคิดว่าคงไม่มีเวลาอ่านเล่มที่สามแน่ๆ ในเร็ววันนี้เลยขอขึ้นบลอกสองเล่มไปก่อนนะคะ

 

กลับมาต่อเล่มที่สามกัน 

พิษสังหาร : Immortal in Death 

A novel by J D Robb

 แปลโดย ปิยะภา พิมพ์ที่ เพิร์ล พับลิชชิ่ง พิมพ์ปี 2553

 

 

นอกจากอีฟได้พัฒนาความสัมพันธ์กับโร้คแล้วเธอยังได้เพื่อนร่วมงานใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาทีละคนสองคนค่ะเล่มนี้พีบอดี้เตะตาอีฟจากคดีก่อนหน้าคือเรื่องสื่อสังหาร พอดีว่าอีฟต้องสืบสองคดีไปพร้อม ๆ กันทำให้พีบอดี้เป็นตัวช่วยแรกที่อีฟนึกถึง เพื่อมาช่วยงานภาคสนาม อีกทั้งอีฟต้องวุ่นวายกับการเตรียมชุดสำหรับสวมในงานแต่งงาน ไปพร้อม ๆ กันซึ่งเป็นสาเหตุที่พาเธอไปพบกับการฆาตกรรมคดีแรก

มาวิส ฟรีสโตนซึ่งเป็นเพื่อนรักของอีฟเพียงคนเดียวแนะนำให้อีฟใช้ชุดของลีโอนาโดชายคนรัก ซึ่งเป็นนักออกแบบที่กำลังโด่งดังระหว่างที่อีฟกำลังกลัดกลุ้มพยายามเห็นดีเห็นงามจำทนลองสวมชุด แพนดอร่านางแบบชื่อดังและเป็นคนรักเก่าของลีโอนาโดเกิดบุกตะลุยเข้ามาอาละวาดกล่าวหามาวิสว่าแย่งแฟนของเธอไปและประกาศที่จะเลิกสวมเสื้อผ้าของลีโอนาโดบนแคทวอคเพื่อดิสเครดิตเขาแถมขู่จะเดินสายยุแหย่ให้พวกสปอนเซอร์ของลีโอนาโดเลิกสนับสนุนเขาอีกต่อไป  แพนดอร่าจากไปด้วยท่าทีลำพองใจอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

อีฟซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เข้าไปขัดขวางแต่สถานการณ์ต่อจากนั้นกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อคืนต่อมาแพนดอร่าถูกพบกลายเป็นศพในบ้านของลีโอนาโดเอง ทั้งมาวิสและเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันที จากการสอบสวนเบื้องต้นคืนที่แพนดอร่าตายเธอได้จัดงานปาร์ตี้มีแขกร่วมงานหลายคน และเกือบทุกคนต่างเกลียดขี้หน้าแพนดอร่าซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นสาวขี้วีน และทุกคนต่างก็มีแรงจูงใจที่สามารถฆ่าเธอได้แต่ทุกคนก็มีพยานยืนยันที่อยู่ของตัวเองในช่วงเวลาที่แพนดอร่าถูกฆ่า หลังจากอีฟก็ไปสะดุดอีกศพซึ่งเป็นพ่อค้ายาซึ่งเป็นยาตัวเดียวกับที่แพนดอร่าเสพเข้าไป ตอนนี้เธอมีผู้ต้องสงสัยที่เสพยาชนิดเดียวกันกับผูตาย ลักษณะการตายของพ่อค้ายาและแพนดอร่าเหมือนกัน ทำให้อีฟจับสองคดีนี้มาเชือมโยงกัน